|
โพน:วิวัฒนนาการในประกวด-แข่งขัน
จะร้อยพันแม้นหมื่นเสียงตะโกน
ฤาจะสู้ เสียงแข่งโพนที่เมืองลุง

คือคำกล่าวที่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงของประเพณีแข่งโพนของจังหวัดพัทลุงที่ได้รับการสืบทอดและวิวัฒนาการมาหลายทศวรรษ
จนได้รับการกล่าวขานว่า จะแลแข่งโพนให้หรอยและหนุกต้องแข่งโพนเมืองลุง
ถึงแม้การแข่งโพนจะมีอยู่ทั่วภาคใต้
แต่ก็ไม่มีที่ไหนจะยิ่งใหญ่ อลังการและสนุกสนานไปกว่าเมืองพัทลุง
กล่าวกันว่า แข่งโพนเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวปั กษ์ใต้ที่เกิดขึ้นพร้อม
ๆกับประเพรีลากพระเพราะเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องกัน
ก่อนที่มีการลากพระตั้งแต่ทำบุษบก การหุ้มโพน และเริ่มคุมโพน ก่อนที่ประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่าทางวัดจะจัดให้มีการลากพระตามประเพณีที่เคยปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีแต่เนื่องจากวัดส่วนมากจะตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน
เสียงโพนที่ตีจากวัด บางครั้งชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าตีมาจากวัดใด
นี่จึงเป็นที่มาของการแข่งขันโพนจากวัดต่าง ๆว่า
โพนของวัดใดที่เสียงดังกว่ากัน และเด็กวัดใดตีโพนได้นานกว่ากัน
หรือใครตีโพนมีลูกเล่นน่าสนใจกว่ากัน
ระยะแรก แข่งขันตามกลางทุ่งนาบ้าง หัวคันนาบ้าง สี่แยกบ้าง
หรือแข่งขันภายในวัดบ้างเป็นกลุ่มเล็กๆหรือรวมกัน 3-4 วัด
นัดพบกันที่จุดใดจุดหนึ่ง โดยแข่งขันกันทีละค่ำ มีกรรมการและกติกาที่แน่นอน
ตีไปเรื่อย ๆจนผู้ตีรูว่าตนเองสู้ไม่ได้
หรือหมดแรงไปก่อนถือเป็นการตัดสินการแข่งขันโดยปริยายต่อมารูปแบบการตัดสินได้การพัฒนาขึ้นโดยให้มีกรรมการฟังเสียงที่จุดเดียว
จากนั้นส่งสัญญาณมาจุดตัดสินเช่นผลการตัดสินโพนเสียงทุ้มเป็นฝ่ายชนะ
กรรมการจะตีโพนสัญญาณ 2 ครั้งอย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ชนะไม่มีรางวัลใดๆ
โพนที่แพ้จะไปปรับปรุง(ตกแต่งโพน)แล้วมาแข่งขันกันใหม่ในคืนถัดไป
จนคืนสุดท้ายก่อนวันออกพรรษา เป็นอันจบการแข่งขันในปีนั้น

ขณะผู้ใหญ่หรือนักตีโพนกำลังแต่งโพนอยู่นั้น
เด็กจะเลียนแบบผู้ใหญ่โดยการแข่งขันกลองพรก(กลองกะลามะพร้าว)หุ้มด้วยหนังลูกวัวหรือหนังค่าง
หรือถ้าไม่มีหนังก็ใช้ผ้าหนา
ๆหุ้มทาด้วยดินเหนียวชุบหน้ากลองให้เปียกก็ใช้แทนกันได้
เด็กเหล่านี้ซึ่งได้ตามดูผู้ใหญ่แข่งโพน
ก็จะแข่งขันเลียนแบบผู้ใหญ่ทุกประการ
ก็เท่ากับสืบทอดประเพณีการแข่งโพนไปตามธรรมชาติ
จนกระทั่งปี พ.ศ.
2524 ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงได้ดำริให้มีการแข่งขันดพนกันเป็นรูปแบบทางการ
มีกฎ กติกาการแข่งขันระดับจังหวัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2524
หลังจากนั้น การแข่งขันโพนก็จัดต่อเนื่องมาจวบจนถึงปัจจุบัน
บันทึกประวัติศาสตร์:แข่งโพนเมืองลุง
พ.ศ.2524
การแข่งโพนระดับจังหวัดครั้งแรก ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย มีโพนจำนวน 43
ใบ เข้าร่วมแข่งขัน
พ.ศ 2525
เทศบาลเมืองสงขลาได้เห็นความยิ่งใหญ่สนุกสนานของการแข่งโพนที่พัทลุง
จึงขอเชิญไปร่วมแข่งขันที่หาดสมิหราจังหวัดสงขลา ผลปรากฏว่าโพนฟ้าลั่นวัดอินทราวาส
คือโพนที่ดังที่สุด โพนสวยงามคือโพนอีสมบูรณ์ วัดทุ่งลาน พัทลุง
ลีลาตีโพนชนะเลิศคือนายบุญธรรม อักษรผอม
พัทลุงส่วนโพนที่ใหญ่ที่สุดคือโพนวัดเนินไศล สงขลา
พ.ศ. 2526
เทศบาลเมืองพัทลุง
ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงจัดการแข่งขัน ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย
ปรากฎว่าโพนฟ้าลั่นได้ครองความชนะเลิศอีกสมัย
พ.ศ. 2527
ชลประทานจังหวัดพัทลุงเป็นผู้จัดการแข่งขัน จัด ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย
โพนชนะเลิศคือโพนฟ้าสะท้าน วัดแหลมโตนด
พ.ศ. 2528
เทศบาลเมืองพัทลุงและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงเป็นผู้จัดการแข่งขัน
ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย โพนชนะเลิศคือโพนจากวัดวิหารเบิก
พ.ศ. 2529
เป็นปีแรกที่จัดอย่างยิ่งใหญ่มี 5 องค์กรที่ร่วมจัดงานคือเทศบาลเมืองพัทลุง
ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุง
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดพัทลุงชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุงและ
จังหวัดพัทลุง เปลี่ยนจากสี่แยกเอเชียเป็นสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง
และที่สำคัญเป็นปีแรกที่ได้เชิญโพนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ ร่วมแข่งขัน
มีโพนจำนวน 112 ใบ
พ.ศ. 2530
เทศบาลเมืองพัทลุงและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงจัดการแข่งขันที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง
และเป็นปีแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)โดยได้รับการเผยแพร่ในปฎิทินการท่องเที่ยวภายในประเทศ
พ.ศ. 2535
ย้ายสนามแข่งขันจากสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงไปเป็นเกาะลอย หาดแสนสุข
ลำปำ ตามดำริของนายสมพงศ์ ศิริยะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
พ.ศ.2543
ปัจจุบัน
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรชาวพัทลุงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
ทรงพระกรุราโปรดเกล้าโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลเพื่อมอบแก่ผูชนะเลิศการแข่งโพนในงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระจังหวัดพัทลุง
งานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ
จังหวัดพัทลุง
งานประเพณีแข่งโพนจังหวัดพัทลุง เป็นประเพณีที่กร ะทำต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานของชาวพัทลุง
ในเดือน 11 ช่วงเดือนตุลาคม ของทุกปี
เป็นเทศกาลออกพรรษา การจัดงานประเพณีแข่งโพน
เกิดขึ้นมาจากการหุ้มโพนโดยชาวบ้านช่วยกันทำ โพน
เป็นภาษาท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง
ใช้เรียกชื่อของเครื่องดนตรีที่มีรูปร่างคล้ายกลองทัด หาดูได้ที่วัดต่าง
ๆในภาคใต้ ทางวัดจะใช้โพนตีบอกสัญญาณในการทำภารกิจของพระสงฆ์
ลักษณะโพนทำด้วยการขุดเจาะไม้จากต้นตาล หรือต้นขนุน หรือไม้ประเภทอื่น
มีขาตั้ง 3 ขา โพนแต่ละลูกจะมีขนาดต่าง ๆ กัน
โดยมากมีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 35 ถึง 80
เซนติเมตร หน้าโพนที่เป็นจุดสัมผัสไม้โพน
นิยมหุ้มด้วยหนังควายทั้งสองหน้า ไม้ตีโพนกลึงด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น
ไม้สาวดำ ไม้หลุมพอ เป็นต้น โพนที่ใช้แข่งขันเป็นโพนที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ
จะมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีเสียงดังกว่า ซึ่งเมื่อมีการประชันกันระหว่างโพน
2 ใบ
จะต้องทดสอบเสียงก่อนว่าโพนใบไหนมีเสียงทุ้มและแหลม การตีโพน
ผู้ตีโพนจะได้รับการฝึกฝนเทคนิควิธีการตีโพน
โดยโพนเสียงทุ้มต้องตีเป็นจังหวะยืน คือตีจังหวะสม่ำเสมอ
โพนเสียงแหลมจะตีขัด คือตีลักษณะเสียงที่ตีลอดจากเสียงตีสม่ำเสมอ(ตียืน)
โพนใดมีเสียงที่ดังชัดกว่าจะเป็นโพนชนะการแข่งขัน
คณะกรรมการตัดสินจะอยู่ ณ จุดที่ห่างไกลจากบริเวณแข่งขันประมาณ 300
- 800 เมตร
การแข่งโพนจะมีความสนุกสนานตรงที่กองเชียร์แต่ละฝ่ายจะให้กำลังใจกับผู้ตีให้สามารถคว้าชัยชนะได้อย่างเต็มที่
อีกทั้งการทำโพนแต่ละใบจะต้องอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการสืบทอดมานาน

ประเพณีแข่งโพน-ลากพระ
จังหวัดพัทลุง ได้จัดกันเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องมาและ
เริ่มมีการจัดอย่างมีระบบ เมื่อปี พ.ศ. 2523
ได้จัดการแข่งขันที่บริเวณสี่แยกเอเชีย และตั้งแต่ ปีพ.ศ.
2528 จนถึงปัจจุบันเทศบาลเมืองพัทลุง
เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการจัดการแข่งขัน ในปี พ.ศ
2530
จังหวัดพัทลุงและเทศบาลเมืองพัทลุงได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และเป็นปีแรกที่งานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ
จังหวัดพัทลุง ได้เผยแพร่ในปฏิทินการท่องเที่ยวของประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.
2543 ถึงปัจจุบัน
งานประเพณีแข่งโพนฯได้รับมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ ให้กับผู้แข่งขันโพน ทั้ง
3 ขนาด เป็นที่ปลาบปลื้มของชาวพัทลุงอย่างยิ่ง
เป็นที่กล่าวกันทั่วไปว่า
แม้โพนจะมีใช้กันทั่วไป ทุกวัดในภาคใต้ แต่การแข่งโพนที่จังหวัดพัทลุง
เพียงแห่งเดียวที่มีความสนุกสนาน เร้าใจกับกองเชียร์แต่ละฝ่าย เป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมที่มากด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่าจากบรรพบุรุษ
จากมรดกถึงลูกหลานเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมให้เป็นศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันล้ำค่าของชาวไทยในภาคใต้ต่อไป
พิธีตักบาตรเทโว
ในช่วงออกพรรษา
การจัดงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ
ของทุกปีของจังหวัดพัทลุง จะมีการตักบาตรเทโว
โดยมีพระสงฆ์เคลื่อนลงมาจากบันไดอย่างสวยงาม ณ
บริเวณสำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต ขอเชิญพุทธศาสนิก-ชนได้ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์
เพื่อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นให้สืบไป
สมโภชเรือพระและการลากพระ
เป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวพัทลุงที่ปฏิบัติต่อเนื่องมายาวนานของชาวพุทธ
สืบเนื่องมาจากพุทธประวัติตอนเสด็จมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาเป็นบริบททางความเชื่อซึ่งตรงกับวันออกพรรษา
แรม 1 ค่ำ เดือน 11
ชาวบ้านจะจัดเรือพระและคุมโพนเพื่อใช้ในการลากเรือพระ ชาวบ้านไปชุมนุมกัน ณ
สนามที่นั ดหมาย
ลากเรือพระมายังสถานที่จัดงานประเพณีแข่งโพน
เพื่อร่วมพิธีสมโภชเรือพระต่อไป
การลากเรือพระของชาวบ้านจะสนุกสนานมีเสียงโพนคอยกำกับจังหวะการลากให้พร้อมกัน
การประกวดธิดาโพน
ยลโฉมงาม
ความสดใสของสาวใต้ มาดมั่น มีสง่า งดงาม ฉลาดรอบรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น
และน่าภูมิใจในแดนทักษิณ ตำแหน่งธิดาโพนจะเป็นใคร
คอยลุ้นและร่วมให้กำลังใจกับพวกเธอได้ ในการประกวดธิดาโพน
ในงานประเพณีแข่งโพน ลากพระ จังหวัดพัทลุง
เท่านั้น
การแข่งขันซัดต้ม
ประเพณีแข่งโพน-ลากพระ
ของจังหวัดพัทลุง นอกจากจะมีการลากเรือพระแล้วยังมีกีฬาพื้นเมืองที่โดดเด่น
น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ
การซัดต้ม
ต้ม
ขนมพื้นบ้าน
ทำจากการเอาข้าวเหนียวมาห่อด้วยใบกะพ้อเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
แล้วนำมาต้มหรือนึ่งจนสุกกินได้ บางคนจะทำเป็น ต้มลูกเดียว บางคนจะทำเป็น
ต้มช่อ คือห่อกับใบกะพ้อทั้งช่อทั้งก้าน แล้วเอาต้มนั้นไปถวายพระ
ไปแสดงความคาราวะผู้เฒ่าที่นับถือ และเอาต้มไปแขวนที่เรือพระ
เสมือนหนึ่งมอบไว้เป็นเสบียงสำหรับเดินทางของคณะแห่เรือพระโดยอุปมาเหมือนทำบุญไปสู่บรรพบุรุษ
ผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้รับส่วนกุศล ด้วยความศรัทธาของมหาชน
ทำให้ต้มมีมากจนวางด้วยมือไม่ถึง บางคนจึงโยน หรือ ขว้างปา
เพื่อส่งต้มไปถึงเรือพระจนกลายเป็นที่มาของการแข่งขันซัดต้ม จากเดิมโยนต้ม
ปาต้มเพื่อความสนุกสนาน แต่ปัจจุบันมีการจัดการแข่งขัน ซัดต้ม
จนเป็นประเพณีโดยแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ซัดต้มเข้าหากัน
ใครซัดถูกฝ่ายตรงข้ามมากกว่าในเวลาที่กำหนด
ถือว่าเป็นผู้ชนะการแข่งขันต้มที่ใช้ในการแข่งขันในปัจจุบัน
จะวิวัฒนาการการประดิษฐ์มาเป็นลูกต้มสี่เหลี่ยม
ทำจากใบเตยหรือใบมะพร้าวสดนำมาห่อทรายผสมข้าวสุก
เมื่อห่อเสร็จแล้วจะนำไปแช่น้ำให้พองและแน่น เมื่อนำมาแข่งขันซัดหรือปา
ถูกคู่แข่งขันก็จะได้ยินเสียงดัง และรอยแผลประทับใจเสมอ
การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP
CITY)
และผลผลิตทางการเกษตร
ในงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ
จังหวัดพัทลุงทุกปี จะมีการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ จากชาวบ้าน และจะมีผลิตผลทางการเกษตร เช่น
สินค้าแปรรูป ข้าวท้องถิ่น กว่า 300 ร้านค้า
นอกจากนั้นในงานปีนี้ยังมีการเดินแบบผ้าทอท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง
การประกวดร้องเพลง OTOP การแสดงบนเวทีและ
ผู้มาเที่ยวงานสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
และสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพดี ปลอดสารพิษได้ในงาน
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น

|