New Page 1










 






  กรมการพัฒนาชุมชน [ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน]

web site ใดสนใจแลกลิงค์กับเรา ท่านสามารถนำโค๊ดไปติด
แล้วเมล์มาแจ้งที่

webmaster@phatthalungcity.com




 


 สมาคมพนักงานเทศบาลแห่ง
     ประเทศไทย

โครงการพัฒนาเครือข่ายวิชาการพนักงานครูเทศบาล

 
เวบไซต์ในจังหวัด
สำนักงานจังหวัดพัทลุง
สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดพัทลุง

  

 

 
 
 
 
 

 

 หนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ผู้จัดการ
โพสต์ทูเดย์
มติชน
ข่าวสด
คมชัดลึก
บ้านเมือง
ไทยโพสต์
กรุงเทพธุรกิจ
กระแสหุ้น
ประชาชาติธุรกิจ
สยามกีฬา
สยามรัฐ
คมชัดลึก
Bangkok Post
INN
The Nation
Voice of America

 

เกี่ยวกับลุ้นโชค
   ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล
ตรวจสลากออมสิน
   
บริการภาครัฐ
เสียภาษีออนไลน์
ประวัติบุคคล
จดทะเบียนนิติบุคคล
ร้องทุกข์ กับนายกฯ
ศูนย์ดำรงธรรม จ.พัทลุง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
แจ้งเบาะแสตำรวจ
แจ้งเว็บผิดกฏหมาย
บริการทั่วไป
แปลภาษาทั้งหน้าเว็บไซต์
เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน/สำคัญ
ค้นหาเบอร์โทรศัพท์
รหัสไปรษณีย์
ราคาน้ำมันวันนี้
ราคาทองคำ
อัตราแลกเปลี่ยน
สวนดุสิตโพล
พจนานุกรมออนไลน์
สารานุกรมออนไลน์
ตารางการบินไทย
   

โพน:วิวัฒนนาการในประกวด-แข่งขัน

“จะร้อยพันแม้นหมื่นเสียงตะโกน ฤาจะสู้ เสียงแข่งโพนที่เมืองลุง”

                                คือคำกล่าวที่สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงของประเพณีแข่งโพนของจังหวัดพัทลุงที่ได้รับการสืบทอดและวิวัฒนาการมาหลายทศวรรษ จนได้รับการกล่าวขานว่า “จะแลแข่งโพนให้หรอยและหนุกต้องแข่งโพนเมืองลุง” ถึงแม้การแข่งโพนจะมีอยู่ทั่วภาคใต้ แต่ก็ไม่มีที่ไหนจะยิ่งใหญ่ อลังการและสนุกสนานไปกว่าเมืองพัทลุง

                                กล่าวกันว่า “แข่งโพน”เป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวปัษ์ใต้ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆกับประเพรีลากพระเพราะเป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องกัน ก่อนที่มีการลากพระตั้งแต่ทำบุษบก การหุ้มโพน และเริ่มคุมโพน ก่อนที่ประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่าทางวัดจะจัดให้มีการลากพระตามประเพณีที่เคยปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีแต่เนื่องจากวัดส่วนมากจะตั้งอยู่ในละแวกเดียวกัน เสียงโพนที่ตีจากวัด บางครั้งชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าตีมาจากวัดใด นี่จึงเป็นที่มาของการแข่งขันโพนจากวัดต่าง ๆว่า โพนของวัดใดที่เสียงดังกว่ากัน และเด็กวัดใดตีโพนได้นานกว่ากัน หรือใครตีโพนมีลูกเล่นน่าสนใจกว่ากัน

ระยะแรก แข่งขันตามกลางทุ่งนาบ้าง หัวคันนาบ้าง สี่แยกบ้าง หรือแข่งขันภายในวัดบ้างเป็นกลุ่มเล็กๆหรือรวมกัน 3-4 วัด นัดพบกันที่จุดใดจุดหนึ่ง โดยแข่งขันกันทีละค่ำ มีกรรมการและกติกาที่แน่นอน ตีไปเรื่อย ๆจนผู้ตีรูว่าตนเองสู้ไม่ได้ หรือหมดแรงไปก่อนถือเป็นการตัดสินการแข่งขันโดยปริยายต่อมารูปแบบการตัดสินได้การพัฒนาขึ้นโดยให้มีกรรมการฟังเสียงที่จุดเดียว จากนั้นส่งสัญญาณมาจุดตัดสินเช่นผลการตัดสินโพนเสียงทุ้มเป็นฝ่ายชนะ กรรมการจะตีโพนสัญญาณ 2 ครั้งอย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ชนะไม่มีรางวัลใดๆ  โพนที่แพ้จะไปปรับปรุง(ตกแต่งโพน)แล้วมาแข่งขันกันใหม่ในคืนถัดไป จนคืนสุดท้ายก่อนวันออกพรรษา เป็นอันจบการแข่งขันในปีนั้น

ขณะผู้ใหญ่หรือนักตีโพนกำลังแต่งโพนอยู่นั้น เด็กจะเลียนแบบผู้ใหญ่โดยการแข่งขันกลองพรก(กลองกะลามะพร้าว)หุ้มด้วยหนังลูกวัวหรือหนังค่าง หรือถ้าไม่มีหนังก็ใช้ผ้าหนา ๆหุ้มทาด้วยดินเหนียวชุบหน้ากลองให้เปียกก็ใช้แทนกันได้ เด็กเหล่านี้ซึ่งได้ตามดูผู้ใหญ่แข่งโพน ก็จะแข่งขันเลียนแบบผู้ใหญ่ทุกประการ ก็เท่ากับสืบทอดประเพณีการแข่งโพนไปตามธรรมชาติ

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2524 ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงได้ดำริให้มีการแข่งขันดพนกันเป็นรูปแบบทางการ มีกฎ กติกาการแข่งขันระดับจังหวัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2524 หลังจากนั้น การแข่งขันโพนก็จัดต่อเนื่องมาจวบจนถึงปัจจุบัน

บันทึกประวัติศาสตร์
:แข่งโพนเมืองลุง

พ.ศ.2524 การแข่งโพนระดับจังหวัดครั้งแรก ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย มีโพนจำนวน 43 ใบ เข้าร่วมแข่งขัน

พ.ศ 2525 เทศบาลเมืองสงขลาได้เห็นความยิ่งใหญ่สนุกสนานของการแข่งโพนที่พัทลุง จึงขอเชิญไปร่วมแข่งขันที่หาดสมิหราจังหวัดสงขลา ผลปรากฏว่าโพนฟ้าลั่นวัดอินทราวาส คือโพนที่ดังที่สุด โพนสวยงามคือโพนอีสมบูรณ์ วัดทุ่งลาน พัทลุง ลีลาตีโพนชนะเลิศคือนายบุญธรรม อักษรผอม พัทลุงส่วนโพนที่ใหญ่ที่สุดคือโพนวัดเนินไศล สงขลา

พ.ศ. 2526 เทศบาลเมืองพัทลุง ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงจัดการแข่งขัน ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย ปรากฎว่าโพนฟ้าลั่นได้ครองความชนะเลิศอีกสมัย

พ.ศ. 2527 ชลประทานจังหวัดพัทลุงเป็นผู้จัดการแข่งขัน จัด ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย โพนชนะเลิศคือโพนฟ้าสะท้าน วัดแหลมโตนด

พ.ศ. 2528 เทศบาลเมืองพัทลุงและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงเป็นผู้จัดการแข่งขัน ณ บริเวณสี่แยกเอเซีย โพนชนะเลิศคือโพนจากวัดวิหารเบิก

พ.ศ. 2529 เป็นปีแรกที่จัดอย่างยิ่งใหญ่มี 5 องค์กรที่ร่วมจัดงานคือเทศบาลเมืองพัทลุง ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุง ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดพัทลุงชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุงและ จังหวัดพัทลุง เปลี่ยนจากสี่แยกเอเชียเป็นสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง และที่สำคัญเป็นปีแรกที่ได้เชิญโพนจาก 14 จังหวัดภาคใต้ ร่วมแข่งขัน มีโพนจำนวน 112 ใบ

พ.ศ. 2530 เทศบาลเมืองพัทลุงและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพัทลุงจัดการแข่งขันที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง

และเป็นปีแรกที่ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)โดยได้รับการเผยแพร่ในปฎิทินการท่องเที่ยวภายในประเทศ

พ.ศ. 2535 ย้ายสนามแข่งขันจากสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุงไปเป็นเกาะลอย หาดแสนสุข ลำปำ ตามดำริของนายสมพงศ์ ศิริยะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง

พ.ศ.2543 – ปัจจุบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรชาวพัทลุงที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุราโปรดเกล้าโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลเพื่อมอบแก่ผูชนะเลิศการแข่งโพนในงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระจังหวัดพัทลุง

งานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ จังหวัดพัทลุง

                                งานประเพณีแข่งโพนจังหวัดพัทลุง เป็นประเพณีที่กระทำต่อเนื่องกันมาเป็นเวลานานของชาวพัทลุง ในเดือน 11 ช่วงเดือนตุลาคม ของทุกปี เป็นเทศกาลออกพรรษา การจัดงานประเพณีแข่งโพน เกิดขึ้นมาจากการหุ้มโพนโดยชาวบ้านช่วยกันทำ    โพน  เป็นภาษาท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง ใช้เรียกชื่อของเครื่องดนตรีที่มีรูปร่างคล้ายกลองทัด หาดูได้ที่วัดต่าง ๆในภาคใต้ ทางวัดจะใช้โพนตีบอกสัญญาณในการทำภารกิจของพระสงฆ์ ลักษณะโพนทำด้วยการขุดเจาะไม้จากต้นตาล หรือต้นขนุน หรือไม้ประเภทอื่น มีขาตั้ง 3 ขา โพนแต่ละลูกจะมีขนาดต่าง ๆ กัน โดยมากมีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 35 ถึง 80 เซนติเมตร หน้าโพนที่เป็นจุดสัมผัสไม้โพน นิยมหุ้มด้วยหนังควายทั้งสองหน้า ไม้ตีโพนกลึงด้วยไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สาวดำ ไม้หลุมพอ เป็นต้น โพนที่ใช้แข่งขันเป็นโพนที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ จะมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีเสียงดังกว่า ซึ่งเมื่อมีการประชันกันระหว่างโพน 2 ใบ จะต้องทดสอบเสียงก่อนว่าโพนใบไหนมีเสียงทุ้มและแหลม การตีโพน ผู้ตีโพนจะได้รับการฝึกฝนเทคนิควิธีการตีโพน โดยโพนเสียงทุ้มต้องตีเป็นจังหวะยืน คือตีจังหวะสม่ำเสมอ โพนเสียงแหลมจะตีขัด คือตีลักษณะเสียงที่ตีลอดจากเสียงตีสม่ำเสมอ(ตียืน) โพนใดมีเสียงที่ดังชัดกว่าจะเป็นโพนชนะการแข่งขัน คณะกรรมการตัดสินจะอยู่ ณ จุดที่ห่างไกลจากบริเวณแข่งขันประมาณ 300 - 800 เมตร

                                การแข่งโพนจะมีความสนุกสนานตรงที่กองเชียร์แต่ละฝ่ายจะให้กำลังใจกับผู้ตีให้สามารถคว้าชัยชนะได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการทำโพนแต่ละใบจะต้องอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการสืบทอดมานาน

                                ประเพณีแข่งโพน-ลากพระ จังหวัดพัทลุง ได้จัดกันเป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องมาและ เริ่มมีการจัดอย่างมีระบบ เมื่อปี พ.. 2523 ได้จัดการแข่งขันที่บริเวณสี่แยกเอเชีย และตั้งแต่ ปีพ.. 2528 จนถึงปัจจุบันเทศบาลเมืองพัทลุง เป็นหน่วยงานหลักที่ดำเนินการจัดการแข่งขัน  ในปี พ.2530 จังหวัดพัทลุงและเทศบาลเมืองพัทลุงได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเป็นปีแรกที่งานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ จังหวัดพัทลุง ได้เผยแพร่ในปฏิทินการท่องเที่ยวของประเทศ ตั้งแต่ปี พ.. 2543 ถึงปัจจุบัน งานประเพณีแข่งโพนฯได้รับมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศ ให้กับผู้แข่งขันโพน ทั้ง 3 ขนาด เป็นที่ปลาบปลื้มของชาวพัทลุงอย่างยิ่ง

                                เป็นที่กล่าวกันทั่วไปว่า แม้โพนจะมีใช้กันทั่วไป ทุกวัดในภาคใต้ แต่การแข่งโพนที่จังหวัดพัทลุง เพียงแห่งเดียวที่มีความสนุกสนาน เร้าใจกับกองเชียร์แต่ละฝ่าย เป็นมรดกทาง  วัฒนธรรมที่มากด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นอันทรงคุณค่าจากบรรพบุรุษ จากมรดกถึงลูกหลานเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมให้เป็นศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันล้ำค่าของชาวไทยในภาคใต้ต่อไป

พิธีตักบาตรเทโว

ในช่วงออกพรรษา การจัดงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ ของทุกปีของจังหวัดพัทลุง จะมีการตักบาตรเทโว โดยมีพระสงฆ์เคลื่อนลงมาจากบันไดอย่างสวยงาม ณ บริเวณสำนักวิปัสสนาวังสันติบรรพต ขอเชิญพุทธศาสนิก-ชนได้ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เพื่อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นให้สืบไป

สมโภชเรือพระและการลากพระ

                เป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวพัทลุงที่ปฏิบัติต่อเนื่องมายาวนานของชาวพุทธ สืบเนื่องมาจากพุทธประวัติตอนเสด็จมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มาเป็นบริบททางความเชื่อซึ่งตรงกับวันออกพรรษา แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ชาวบ้านจะจัดเรือพระและคุมโพนเพื่อใช้ในการลากเรือพระ ชาวบ้านไปชุมนุมกัน ณ สนามที่นัดหมาย ลากเรือพระมายังสถานที่จัดงานประเพณีแข่งโพน เพื่อร่วมพิธีสมโภชเรือพระต่อไป การลากเรือพระของชาวบ้านจะสนุกสนานมีเสียงโพนคอยกำกับจังหวะการลากให้พร้อมกัน

การประกวดธิดาโพน
ยลโฉมงาม ความสดใสของสาวใต้ มาดมั่น มีสง่า งดงาม ฉลาดรอบรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น และน่าภูมิใจในแดนทักษิณ ตำแหน่งธิดาโพนจะเป็นใคร คอยลุ้นและร่วมให้กำลังใจกับพวกเธอได้ ในการประกวดธิดาโพน ในงานประเพณีแข่งโพน – ลากพระ จังหวัดพัทลุง เท่านั้น

 

 

 

การแข่งขันซัดต้ม

ประเพณีแข่งโพน-ลากพระ ของจังหวัดพัทลุง นอกจากจะมีการลากเรือพระแล้วยังมีกีฬาพื้นเมืองที่โดดเด่น น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ

“การซัดต้ม”

ต้ม ขนมพื้นบ้าน ทำจากการเอาข้าวเหนียวมาห่อด้วยใบกะพ้อเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า แล้วนำมาต้มหรือนึ่งจนสุกกินได้ บางคนจะทำเป็น ต้มลูกเดียว บางคนจะทำเป็น ต้มช่อ คือห่อกับใบกะพ้อทั้งช่อทั้งก้าน แล้วเอาต้มนั้นไปถวายพระ ไปแสดงความคาราวะผู้เฒ่าที่นับถือ และเอาต้มไปแขวนที่เรือพระ เสมือนหนึ่งมอบไว้เป็นเสบียงสำหรับเดินทางของคณะแห่เรือพระโดยอุปมาเหมือนทำบุญไปสู่บรรพบุรุษ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้รับส่วนกุศล  ด้วยความศรัทธาของมหาชน ทำให้ต้มมีมากจนวางด้วยมือไม่ถึง บางคนจึงโยน หรือ ขว้างปา เพื่อส่งต้มไปถึงเรือพระจนกลายเป็นที่มาของการแข่งขันซัดต้ม จากเดิมโยนต้ม ปาต้มเพื่อความสนุกสนาน แต่ปัจจุบันมีการจัดการแข่งขัน ซัดต้ม จนเป็นประเพณีโดยแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ซัดต้มเข้าหากัน ใครซัดถูกฝ่ายตรงข้ามมากกว่าในเวลาที่กำหนด ถือว่าเป็นผู้ชนะการแข่งขันต้มที่ใช้ในการแข่งขันในปัจจุบัน จะวิวัฒนาการการประดิษฐ์มาเป็นลูกต้มสี่เหลี่ยม ทำจากใบเตยหรือใบมะพร้าวสดนำมาห่อทรายผสมข้าวสุก เมื่อห่อเสร็จแล้วจะนำไปแช่น้ำให้พองและแน่น เมื่อนำมาแข่งขันซัดหรือปา ถูกคู่แข่งขันก็จะได้ยินเสียงดัง และรอยแผลประทับใจเสมอ

การจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล – หนึ่งผลิตภัณฑ์(OTOP  CITY)  และผลผลิตทางการเกษตร

                ในงานประเพณีแข่งโพน-ลากพระ จังหวัดพัทลุงทุกปี จะมีการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบล – หนึ่งผลิตภัณฑ์ จากชาวบ้าน  และจะมีผลิตผลทางการเกษตร เช่น สินค้าแปรรูป ข้าวท้องถิ่น กว่า 300  ร้านค้า นอกจากนั้นในงานปีนี้ยังมีการเดินแบบผ้าทอท้องถิ่นของจังหวัดพัทลุง การประกวดร้องเพลง OTOP การแสดงบนเวทีและ ผู้มาเที่ยวงานสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพดี ปลอดสารพิษได้ในงาน  ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น

 


© phatthalungcity.com All right Reserved. by MSN : nEwbiEs | webmaster@phatthalungcity.com