|

รายได้เทศบาลจากการจัดเก็บภาษี ประเภทต่างๆ
ดังนี้
1.
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
2.
ภาษีบำรุงท้องที่
3.
ภาษีป้าย
ภาษีโรงเรือนและภาษีที่ดิน
การชำระภาษี
-
ผู้รับประเมิน
(ผู้มีหน้าที่เสียภาษี)
ชำระภาษีปีละครั้ง
ตามค่ารายปี
ในอัตราร้อยละ
12.5 ของค่ารายปี
-
ค่ารายปีกรณีทรัพย์สินให้เช่า
ให้ถือค่าเช่าเป็นค่ารายปี กรณีหาค่าเช่าไม่ได้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ประเมินค่ารายปี
โดยคำนึงถึงลักษณะของทรัพย์สิน ขนาดพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง ฯลฯ
-
การเสียภาษีปีใดให้คำนวณค่าภาษีจากค่ารายปีของปีที่ผ่านมาแล้ว
-
ผู้รับประเมินยื่นแบบพิมพ์เพื่อแจ้งรายการทรัพย์สินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่
ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ภายในเดือน กุมภาพันธ์ ของทุกปี
-
ผู้รับประเมิน
กรอกรายการในแบบพิมพ์ตามความเป็นจริงให้ครบถ้วน
และรับรองความถูกต้อง ส่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่
ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ด้วยตนเอง
ให้ผู้อื่นส่งแทน
หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้พนักงานก็ได้
-
พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดประเภททรัพย์สิน ค่ารายปี ค่าภาษี
ที่จะต้องเสีย
ให้พนักงานจัดเก็บภาษีแจ้งการประเมินให้ผู้รับประเมินทราบ
-
หากผู้รับประเมินไม่พอใจในการประเมิน
อาจยืนคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ภายใน
15 วัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
-
ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีนำค่าภาษี ไปชำระต่อพนักงานเก็บภาษี
ภายใน 30
วัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน
-
ภาษีโรงเรือนและที่ดินจะขอผ่อนชำระก็ได้
โดยวงเงินค่าภาษีที่จะขอผ่อนชำระต้องมีจำนวน ตั้งแต่
9,000 บาท ขึ้นไป
ภาษีบำรุงท้องที่
การชำระภาษีบำรุงท้องที่
-
เจ้าของที่ดิน
ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีฯ
ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ
สำนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ที่ดินตั้งอยู่
ภายในเดือน มกราคม ของปีแรกที่มีการตีราคาปานกลาง
ใช้ได้ในรอบระยะเวลา
4 ปี
-
กรณีได้ที่ดินมาใหม่
เจ้าของที่ดินต้องยื่นแบบแสดงรายการ ภายใน
30 วัน
นับแต่วันที่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใหม่
-
ผู้ใดไม่ยื่นแบบแสดงรายการที่ดินภายในกำหนด
ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ10
ของจำนวนเงินที่จะต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่
-
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่จะต้องชำระภาษี
ภายในเดือนเมษายน ของทุกปี
-
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีไม่ชำระภาษีฯ
ภายในเวลาที่กำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ
20 ต่อปี
ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี
ภาษีป้าย
ป้าย
คือ
ป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการ
ประกอบการค้าหรือประกอบกิจการอื่นเพื่อหารายได้หรือโฆษณา
การค้าหรือกิจการอื่น
-
เจ้าของป้ายมีหน้าที่เสียภาษีป้ายโดยเสียเป็นรายปี
-
เจ้าของป้ายซึ่งจะต้องเสียภาษีป้าย ยืนแบบแสดงรายการภาษีป้าย
ภายในเดือนมีนาคมของปี
-
ป้ายที่ต้องเสียภาษีติดตั้งภายหลังเดือนมีนาคม
ให้เจ้าของยื่นแบบแสดงรายการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน
15
วันนับแต่วันติดตั้งหรือแสดงป้าย
-
พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีป้ายตามหลักเกณฑ์
และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
แล้วแจ้งการประเมินไปยังเจ้าของป้าย
อัตราภาษีป้าย
1.
ป้ายที่มีอักษรไทยล้วนให้คิดอัตรา 3
บาท ต่อห้าร้อย
ตารางเซนติเมตร
2.
ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือปนกับภาพและเครื่องหมาย
ให้คิดอัตรา 20
บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร
3.
ป้ายดังต่อไปนี้ให้คิดอัตรา40
บาท ต่อห้าร้อยตารางเซนติเมตร
- ป้ายดังข้อ
1- 3
เมื่อคำนวณพื้นที่ของป้ายแล้ว
ถ้ามีอัตราที่ต้องเสียภาษีต่ำกว่าป้ายละ 200
บาท ให้เสียภาษี 200
บาท
- ผู้มีหน้าที่เสียภาษีป้าย
ชำระภาษีป้ายต่อพนักงานฯภายใน 15
วันนับแต่วันที่ได้รับการแจ้งประเมินหรือชำระโดยวิธีส่งธนาณัติหรือตั๋วแลกเงินธนาคาร
สั่งจ่ายเงินให้แก่ราชการส่วนท้องถิ่นโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนฯ
ก็ได้
- ภาษีป้ายที่ต้องชำระมีจำนวนตั้งแต่
3,000 บาท
ขึ้นไปผู้เสียภาษีจะขอผ่อนชำระ 3
งวดเท่าๆ กันก็ได้
- ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภายในเวลาที่กำหนด
ให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 10
ของจำนวนภาษีป้าย
- ไม่ชำระภาษีป้ายภายในเวลาที่กำหนดให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ
2
ต่อเดือน ของจำนวนเงินที่ต้องเสียภาษี
ขั้นตอนการชำระภาษี (กรณีปกติ)
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
1.
ยื่นเอกสาร(สำเนาโฉนด,บัตรประจำตัวประชาชน),(ภ.ร.ด.2)
2.
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
3.
เจ้าหน้าที่ประเมินภาษี
4.
เจ้าหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงิน
ภาษีป้าย
1.
ยื่นเอกสาร(สำเนาโฉนด,บัตรประจำตัวประชาชน),(ภ.ป.1)
2.
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
3.
เจ้าหน้าที่ประเมินภาษี
4.
เจ้าหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงิน
ภาษีบำรุงท้องที่
1.
ยื่นเอกสาร(สำเนาโฉนด,บัตรประจำตัวประชาชน),(ภ.ร.ท.5)
2.
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
3.
เจ้าหน้าที่ประเมินภาษี
4.
เจ้าหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงิน
|
ขั้นตอนการปฏิบัติราชการกระบวนการการชำระภาษี
|
|
|
|
|