|

ความหมายของคำว่าพระบรมสารีริกธาตุ
"พระบรมสารีริกธาตุ"
คือ พระธาตุส่วนย่อยที่บังเกิดแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเฉพาะ
มิได้เป็นคำที่ใช้เรียก พระธาตุของพระอรหันตสาวก หรือพระธาตุเจดีย์ต่างๆ
(บางทีเรียกว่า"พระบรมธาตุ"
หรือ "พระสารีริกธาตุ" ก็ได้)
"พระธาตุ"
คือ กระดูก หรือ ส่วนของร่างกายต่างๆ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โลหิต ฯลฯ
ที่มีคุณลักษณะเป็นที่แตกต่างจากสามัญชนทั่วไป โดยมีลักษณะคล้าย
'
ธาตุ
'
ซึ่งหากมองโดย ไม่สังเกตให้ดีแล้ว ก็คล้าย กรวด หิน แก้ว เพชร ฯลฯ
คำว่า
พระบรมธาตุ
และ
พระธาตุ
ยังอาจหมายถึงสถูปเจดีย์ต่างๆได้อีกด้วย เช่น พระบรมธาตุไชยา
พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุพนม ฯลฯ

ประเภทของพระบรมสารีริกธาตุ
..........เนื่องจากพระบรมสารีริกธาตุที่พบนั้น
มีความแตกต่างจากอัฐิของบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามยังพบลักษณะของ
พระบรมสารีริกธาตุที่มีลักษณะเหมือนกระดูกคนเช่นกัน
เท่าที่พบเห็นได้ตามพระธาตุเจดีย์ทั่วไป
หรือตามพิพิธภัณฑสถานต่างๆทั้งในประเทศไทย ศรีลังกา อินเดีย และ ที่ต่างๆ
ทั่วโลก สามารถแบ่งได้เป็น
2
ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
|
 |
พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ
'พระธาตุ'
..........
พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ จะพบมากในประเทศไทย ศรีลังกา จีน พม่า
ฯลฯ มีลักษณะตรงตามพระไตรปิฎก
ในประเทศไทยมีประดิษฐานอยู่ที่เจดีย์พระธาตุ ตามวัดต่างๆทั่วไป
|
|
 |
พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ
'กระดูกคน'
..........
พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ จะพบเฉพาะในประเทศอินเดีย
ตามโบราณสถานต่างๆ ที่ขุดค้น สำหรับในประเทศไทย
รัฐบาลอังกฤษได้มอบให้แก่ประเทศไทย
2
ครั้ง ครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดเกล้าฯให้ประดิษฐานอยู่ ณ เจดีย์ภูเขาทอง
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และครั้งที่
2
รัฐบาลได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน
*
ในภาพเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่จัดแสดง ณ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย
|

คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุ
..........คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ
ที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน
และได้รับการยอมรับจากพุทธศาสนิกชนและพระภิกษุสงฆ์โดยทั่วไป
พบว่ามีลักษณะที่มองจากภายนอกคร่าวๆได้ดังนี้
|
 |
-
มีด้วยกันหลายสี ตั้งแต่ใสดั่งแก้วจนกระทั่งขุ่น สีขาวดุจสีสังข์
สีทอง สีดำ สีชมพู สีแดง ฯลฯ
-
มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ลักษณะเมล็ดข้าวสาร พันธุ์ผักกาด
เมล็ดถั่วแตก แก้วใส ฯลฯ
-
หากมีขนาดเล็กมักสามารถลอยน้ำได้
เมื่อลอยด้วยกันจะสามารถดึงดูดเข้าหากันได้ และลอยติดกันเป็นแพ
-
สามารถเสด็จมาเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดลงได้เอง
ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระธาตุ
-
เปลี่ยนขนาดและสีสันเองได้
-
ส่วนมากมักมีน้ำหนักค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับขนาด |

ตำนานการเกิดพระบรมสารีริกธาตุ
เหตุที่เกิดพระบรมสารีริกธาตุจำนวนมากขึ้นนั้น เกิดจากพุทธประสงค์
ก่อนที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จปรินิพพาน ดังต่อไปนี้

โดยปกติที่พระพุทธเจ้าที่ทรงมีพระชนมายุยืนยาว
สามารถประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้มั่นคง จะมีพระบรมสารีริกธาตุที่มีลักษณะรวมกันเป็นแท่งเดียว
ดุจทองแท่งธรรมชาติ ซึ่งมหาชนในสมัยนั้นไม่สามารถแบ่งปัน
นำไปประดิษฐานตามที่ต่างๆได้ จึงจำต้องสร้างพระธาตุเจดีย์ขึ้นประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ในที่แห่งเดียว
ซึ่งพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน (พระสมณโคดม) ทรงเล็งเห็นว่า
พระองค์มีเวลาปฏิบัติพุทธกิจเพียง
45
ปี นับว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน
ศาสนาของพระองค์ยังไม่แพร่หลาย
และหมู่สัตว์ทั้งหลายเกิดมาไม่ทันสมัยพระองค์มีมากนัก
หากได้อัฐิธาตุของพระองค์ไปอุปัฎฐากบูชา จะได้บุญกุศลเป็นอันมาก
จึงทรงอธิษฐานให้พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์ แตกย่อยลงเป็น
3
สัณฐาน เว้นแต่ธาตุทั้ง
7
ประการ คือ พระนลาฏ (กระดูกหน้าผาก)1
พระเขี้ยวแก้ว4
และพระรากขวัญ (กระดูกไหปลาร้า)2
นอกจากนั้นให้กระจายไปทั่วทิศานุทิศ เพื่อยังประโยชน์แก่หมู่สัตว์ทั่วไป
ความทั้งหมดพ้องกันจากตำราหลายๆตำรา ที่พระอรรถกถาจารย์สมัยต่างๆได้รจนาไว้
ดังเช่น ตำรา "ปฐมสมโพธิกถา" ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
"ตำนานมูลศาสนา"
"ชินกาลมาลีปกรณ์" และ "พุทธตำนานพระเจ้าเลียบโลก" เป็นต้น
เหตุการณ์ก่อน ขณะ และ หลังพุทธปรินิพพาน
มหาปรินิพพานสูตร
(*.txt)
เหตุการณ์การกระทำธาตุนิธาน และ การเฉลิมฉลองเจดีย์
ตำนานธาตุนิธาน
(*.txt)
เหตุการณ์และคำสอนของพระพุทธเจ้า ในช่วงใกล้ปรินิพพาน
นำมาเรียบเรียงเป็นเรื่องราวชวนอ่าน โดย อ.วศิน อินทสระ
หนังสือพระพุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน
(*.pdf)
จัดทำโดยเว็บไซต์กัลยาณธรรม
สถานที่ประดิษฐาน
พระบรมสารีริกธาตุ แบบที่กระจัดกระจายนั้น
หลังจากได้ทำการแบ่งออกเป็น
8
ส่วน แยกย้ายไปประดิษฐานตามเมืองต่างๆ หลังจากถวายพระเพลิงแล้ว
ตามตำนานกล่าวว่า พระมหากัสสปะเถระ และ พระเจ้าอชาตศัตรู ได้ร่วมกันกระทำ
'ธาตุนิธาน'
คือการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่แบ่งออกไปนั้นกลับมาประดิษฐานรวมกันไว้ในที่แห่งเดียว
เพื่อป้องกันการสูญหาย จากการศึกและสงคราม และในตอนท้ายของตำนานกล่าวว่า
บุคคลผู้มาอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกไปและกระทำการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ยิ่งใหญ่
ก็คือ
พระเจ้าอโศกมหาราชนั่นเอง
ตามบทสวดนมัสการพระบรมสารีริกธาตุนั้น มีการแจกแจงถึงสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
แบบที่ไม่กระจัดกระจาย ทั้ง
7
ประการ สรุปได้ดังนี้
|
1.
พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวา
ประดิษฐานอยู่ที่ พระเกศจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
2.
พระเขี้ยวแก้วเบื้องบนซ้าย
ประดิษฐานอยู่ที่ เมืองคันธาระ ประเทศศรีลังกา
3.
พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างขวา
ประดิษฐานอยู่ที่ แคว้นกลิงคราษฎร์ ประเทศศรีลังกา
4.
พระเขี้ยวแก้วเบื้องล่างซ้าย
ประดิษฐานอยู่ที่ นาคพิภพ
5.
พระรากขวัญขวา
ประดิษฐานอยู่ที่ พระเกศจุฬามณีเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
6.
พระรากขวัญซ้าย
ประดิษฐานอยู่ที่ ทุสสเจดีย์ บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
7.
พระอุณหิศ(กรอบหน้า)
ประดิษฐานอยู่ที่ เมืองอนุราธบุรี ประเทศศรีลังกา
|

 |

บูชาพระธาตุ
พระบรมสารีริกธาตุ ถือว่าเป็นปูชนียวัตถุที่ทรงด้วยคุณค่า
ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ และศาสนา ทั้งยังเป็นสิ่งที่สูงค่า
ควรแก่การเคารพบูชาอย่างสูงสุด
หากท่านผู้ใดมี หรือเก็บรักษาไว้ ขอให้ท่านจงเก็บรักษาและบูชาด้วยความเคารพ
เนื่องจากพระบรมสารีริกธาตุนั้นหาได้ยาก
และยังเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดในไตรภพที่มนุษย์และเทวดาพึงสักการะ
|
 |
วิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
การจะบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้นก่อนอื่นต้องชำระล้างร่างกาย
ทำจิตใจ ให้สะอาดผ่องใส จัดหาดอกมะลิใส่ภาชนะบูชา ตั้งสักการะ ณ
ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
แล้วจุดธูปและเทียน ตั้งใจให้เป็นสมาธิ กราบ
3
ครั้ง แล้วจึงตั้งนะโม
3
จบ กล่าวคำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
มีอยู่มากมายทั้งภาษาบาลี และภาษาไทย แต่ที่พบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป
และกระทำได้โดยง่ายนั้นคือ
คำกล่าวพรรณนาพระบรมสารีริกธาตุ
"
อะหัง วันทามิ ทูระโต
อะหัง วันทามิ ธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส "
*คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
ก็สามารถนำมาใช้กล่าวบูชาได้เช่นกัน*
|
การบูชาพระธาตุนั้น นอกเหนือจากการบูชาด้วย "อามิสบูชา"
เช่น การบูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และ เครื่องหอมต่างๆแล้ว การบูชาด้วยการ
"ปฏิบัติบูชา"
ซึ่งเป็นวิธีที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ
เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่นิยมปฏิบัติควบคู่ไปด้วย
ในการบูชาซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุทั้งหลาย
โดยทั่วไปนิยมปฏิบัติตามแนวอริยมรรค
8
ประการ สรุปโดยย่อได้แก่
1.
การบูชาด้วยศีล
ซึ่งศีลเป็นพื้นฐานและเป็นที่ตั้งมั่นแห่งการทำความดี
เป็นเกราะป้องกันความชั่วทั้งปวง ไม่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง
ทำให้เกิดความพร้อมต่อการปฏิบัติสมาธิ (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ
สัมมาอาชีวะ)
2.
การบูชาด้วยสมาธิ
ซึ่งการสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ดูลมหายใจเข้า-ออก
เป็นการฝึกความเข้มแข็งของจิต
ให้มีกำลังในการพิจารณาหลักธรรมต่างๆได้ตามความเป็นจริง (สัมมาวายามะ
สัมมาสติ สัมมาสมาธิ)
3.
การบูชาด้วยปัญญา
คือการใช้ปัญญาพิจารณาหลักความเป็นจริง ตามหลักไตรลักษณ์ (สัมมาทิฏฐิ
สัมมาสังกัปปะ)
|
นอกจากนี้
การบูชาพระธาตุยังได้ประโยชน์
ในด้านเป็นอนุสติอีกด้วย
ดังนี้คือ
พุทธานุสติ
คือ การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า
(พระบรมสารีริกธาตุ)
ธัมมานุสสติ
คือ การระลึกถึงคุณของพระธรรม
(ธรรมที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
สังฆานุสสติ
คือ การระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ (พระสงฆ์สาวกธาตุ)
สีลานุสสติ
คือ การระลึกถึงศีลของตน (ศีลที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
เทวตานุสสติ
คือ การระลึกถึงคุณที่ทำบุคคลให้เป็นเทวดา
(เทวดารักษาพระธาตุ)
อุปสมานุสสติ
คือ การระลึกถึงคุณพระนิพพาน
(แดนพระนิพพานที่พระอริยเจ้าได้ก้าวล่วง)
มรณานุสสติ
คือ การระลึกถึงความตายที่จะมาถึงตน
(แม้พระอริยเจ้าก็ต้องตาย)
กายคตาสติ
คือ ระลึกทั่วไปในกาย ให้เห็นว่าไม่งาม น่าเกลียด
(เมื่อตายแล้วก็เหลือเพียงกระดูก) |

วิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
สำหรับบ้านที่มีพระบรมสารีริกธาตุไว้บูชาอยู่แล้วคงจะทราบดี
เป็นที่น่าแปลกคือ
พระบรมสารีริกธาตุนั้น สามารถเพิ่ม หรือลดจำนวนได้เอง
โดยสามารถเสด็จไปไหนมาไหนเองก็ได้
แม้ว่าจะเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทดีสักเท่าใดก็ตาม
โดยเชื่อกันว่าหากไม่ดูแลรักษาเอาใจใส่ ประดิษฐานไว้ในที่ไม่สมควร
หรือขาดการถวายความเคารพแล้ว
พระบรมสารีริกธาตุอาจเสด็จหายจากสถานที่นั้นๆก็เป็นได้ โดยทางตรงกันข้าม
หากได้รับการปฏิบัติบูชาดี ผู้สักการบูชา มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์
อยู่ในศีลธรรม พระบรมสารีริกธาตุก็อาจเพิ่มจำนวนได้เช่นกัน
|
|
วิธีอัญเชิญโดยทั่วๆไปมีดังนี้
1.
จัดที่บูชาให้สะอาด
2.
ตั้งพานมะลิบูชา (ถ้ามี)
3.
นำน้ำสะอาดใส่ขันสัมฤทธิ์ตั้งไว้หน้าที่บูชา
(ตามวิธีโบราณ)
4.
ชำระล้างร่างกายให้สะอาด
5.
ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง มีสมาธิ
6.
สมาทานศีล
7.
ระลึกถึงพระพุทธคุณ (ตั้งนะโม
3
จบ แล้วสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ อิติปิโสฯ)
8.
สวดคาถาอัญเชิญพระธาตุ ดังนี้ |
|

พระบรมสารีริกธาตุที่เสด็จมาเอง ขณะที่
หลวงตาพวง สุขินทริโย
กำลังนั่งสมาธิ
ณ วัดสิริกมลาวาส |
|
|
"
อัชชะตัคเค ปาณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณังคะโต อัสสามิมะหันตา
ภินนะมุคคา จะ มัชฌิมา ภินนะตัณฑุลา ขุททุกะ สาสะปะมัตตา เอวัง
ธาตุโย สัพพัฏฐาเน อาคัจฉันตุ สีเสเม ปะตันเต "
หรือ
"
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทตังโสอิ อิโสตัง
พุทธะปิติอิ "
*
การเสด็จมาอาจมีด้วยกันหลายวิธี เช่น เสด็จมาเอง
มีผู้มอบให้ แบ่งองค์ ฯลฯ |
บทบูชาพระธาตุ
บทสวดเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และ/หรือ พระธาตุนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายบท
มีทั้งบทบาลี บทภาษาไทย หรือ ทั้งบาลีและแปลควบคู่กันไป
แต่ละที่ก็แตกต่างกัน เท่าที่พอจะรวบรวมและพิมพ์ได้มีดังนี้
คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
(นะโม
ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
3
ครั้ง)
อิติปิ โส ภะคะวา,
นะมามิหัง ตัง ภะคะวันตัง,
ปะระมะสารีริกธาตุยา สัทธิง,
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ,
วิชชาจะระณะสัมปันโน,
สุคะโต,
โลกะวิทู,
อะนุตตะโร
ปุริสะทัมมะสาระถิ,
สุตถา
เทวะ มะนุสสานัง,
พุทโธ,
ภะคะวาติ.
บทสวดบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
อุกาสะ วันทามิ ภันเต เจติยัง สัพพัง สัพพัตถะฐาเน สุปะติฏฐิตัง
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ดังข้าพเจ้าขอถือโอกาส
ข้าพเจ้าขอไหว้ซึ่งพระเจดีย์ทั้งหมดอันตั้งไว้ดีแล้วในที่ทั้งปวง
พุทธะสารีรังคะธาตุง มะหาโพธิง พุทธะรูปัง คันธะกุฏิง
จะตุราสีติสะหัสเส ธัมมักขันเธ
คือซึ่งพระสารีรังคะธาตุของพระพุทธเจ้า
ซึ่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งพระพุทธรูป ซึ่งพระคันธุกุฏิของพระพุทธเจ้า
และซึ่งพระธรรมขันธ์ทั้งหลาย มีแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์
สัพเพตัง ปาทะเจติยัง สักการัตถัง
เพื่อสักการะซึ่งพระเจดีย์
คือรอยพระบาทเหล่านั้นทั้งหมดทั้งสิ้น
อะหังวันทามิธาตุโย
ข้าพเจ้าขอไหว้พระธาตุทั้งหลาย
อะหังวันทามิสัพพะโส
ข้าพเจ้าขอไหว้โดยประการทั้งปวง
อิจเจตัง ระตะนัตตะยัง อะหัง วันทามิ สัพพะทา
ข้าพเจ้าขอไหว้ซึ่งพระรัตนตรัยเหล่านั้นในกาลทุกเมื่อ
ด้วยอาการดังนี้แลฯ
วันทาหลวง(ย่อ)
วันทามิ เจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเนสุ
ปะติฏฐิตา สะรีระธา-ตุ มหาโพธิง
พุทธะรูปัง สะกะลัง สะทา
นาคะโลเก เทวะโลเกพรัหมะโลเก ชัมพูทีเปลังกาทีเป
สะรีระธา-ตุ
โย เกสา ธา-ตุ โย
อะระหันตะ ธา-ตุ โย เจติยัง คันธะกุฏิง
จะตุราสี ติสสะหัสเส ธัมมักขันเธ
สัพเพสัง ปาทะเจติยัง อะหัง วันทามิ สัพพะโสฯ
คำบูชาพระธาตุในจักรวาลทั้งหลาย
จัตตาฬิส สะมาทันตา
เกสา โลมา นะขา ปีจะ
เทวา
หะรันติ เอเตกัง
จักกะวาฬะ กัง ปะรัมปะรา
ปูชิตา นะระเทเวหิ
อะหัง วันทามิ ธา-ตุ โยฯ
คำบูชาพระธาตุแบบไม่จำเพาะเจาะจง
อะหัง วันทามิ ธาตุโย อะหัง วันทามิ สัพพะโส
ถ้าประสงค์จะบูชาพระธาตุแบบเจาะจงให้นำฉายาของท่านวางหน้าคำว่า"ธาตุโย"เช่น
คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
อะหัง
วันทามิ
สารีริกะธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส
คำบูชาพระธาตุพระสิวลี
อะหัง
วันทามิ
สิวลีธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส
คำบูชาพระธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
อะหัง
วันทามิ
ภูริทัตตะธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส
บทกล่าวอัญเชิญและบูชาพระธาตุ
แบบต่างๆ
คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบยาว
อะเน กะกัปเป กุสะเล จินิตตะวา โลกานุกัมปายะ มะ เนกะทุกขัง
อุสสาหะยิตตะวา จะ สุจีระการัง พุทธัตตะภาวัง สะกะลัง อะคัญฉิ เอวัญจะ กัตตะวา
ภะคะวา ทะยาลุ ทุกขา ปะโมเจถะ ขิเล จะอัมเห ทัสเสถะ โน ปาฏิหิรัง สุวิมหัง
เฉทายะ กังขัง สะกะลัง ชะนัสสะ กาเกนะ รัญญา กะถิตันตุ ยังยัง ตังตัง อะขีลัง
วิตะถัง ตะถัง เจ พุทธานะกะถา วิตะถา ตะถา เจ ทัสเสถะ วิมหัง นะยะนัสสะ
โนปิ อัชชะตัคเค ปาณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณังคะโต อัสสามิ
มะหันตา ภินนะมุคคา จะมัชฌิมา ภินนะฑัณฑุลา ขุททุกะ สาสะปะมัตตา เอวัง
ธาตุโย สัพพัฏฐาเน อาคัจฉันตุ สีเส เม ปะตันตุฯ
คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบทั่วไป
อัชชะตัคเค ปาณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณังคะโต อัสสามิมะหันตา
ภินนะมุคคา จะ มัชฌิมา ภินนะตัณฑุลา ขุททุกะ สาสะปะมัตตา เอวัง ธาตุโย
สัพพัฏฐาเน อาคัจฉันตุ สีเสเม ปะตันเต
คำแปลบทอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบทั่วไป
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตราบเท่าชีวิต ข้าฯขอถึงพระพุทธเจ้า
พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ขออัญเชิญ
พระบรมสารีริกธาตุที่สถิตอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ขนาดใหญ่เท่าเมล็ดถั่วหัก
แก้วมุกดา ขนาดกลางเท่าเมล็ดข้าวสารหัก และขนาดเล็กเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด
จงเสด็จตกลงเบื้องบนประดิษฐาน เหนือเศียรเกล้าของข้าฯในที่ทุกสถาน เทอญฯ
คำแปลบทอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ แบบย่อ
นับตั้งแต่นี้ จนสิ้นชีวิต พลีชีพอุทิศ พระรัตนตรัย
ขอพระบรมธาตุ สถิตทั่งไกล คุ้มครองผองภัย สู่เศียรข้าฯเทอญฯ
อารัมภกถา คัมภีร์ถูปวงศ์ - ตำนานว่าด้วยการสร้างพระเจดีย์
(แต่งโดย พระวาจิสสรเถระ ภิกษุชาวลังกา)
ยัสมิง สยิงสุ ชินธาตุวรา สมันตา ฉัพพัณณรังสิวิสเรหิ สมุชชะลันตา
ตัสสะ โลกะหิตะ เหตุ ชินนัสสะ ถูปัง ตัง ถูปะมัพภุตตะมัง สิรสา นมิตตะวา
พระบรมธาตุอันประเสริฐ
ทั้งหลายของพระพุทธเจ้ารุ่งเรืองอยู่โดยรอบด้วยถ่องแถวแห่งพระรัศมี
6
ประการประดิษฐานอยู่ ณ พระสถูปเจดีย์องค์ใด
ข้าพเจ้าขอน้อมบูชา พระสถูปอันบรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
อันเป็นเหตุให้เกิดประโยชน์แก่โลก อันน่าอัศจรรย์ยิ่งนั้น ด้วยเศียรเกล้า
คำไหว้พระจุฬามณีเจดีย์
นะโม
3
จบ
อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าฯ จะไหว้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ เมื่อข้าฯดับจิตลง
อย่าให้ไหลหลงขอให้จิตจำนงตรงพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว ขอให้แคล้วหมู่มาร
ขอให้ทันพระศรีอาริย์ ข้าฯจะไปนมัสการพระเกษแก้ว พระจุฬามณีเจดีย์สถานเป็นที่ไหว้ที่สักการกุศลสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าฯจะไหว้พระธรรมเจ้าของพระพุทธองค์
เมื่อข้าฯดับจิตลง อย่าให้ไหลหลงขอให้จิตจำนงตรงพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว
ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์ ข้าฯจะไปนมัสการพระเกษแก้ว
พระจุฬามณีเจดีย์สถานเป็นที่ไหว้ที่สักการกุศลสัมปันโน
อิติปิโส ภะคะวา อะระหังสัมมาสัมพุทโธฯ
นะโม ข้าฯจะไหว้พระสังฆเจ้าของพระพุทธองค์
เมื่อข้าฯดับจิตลง อย่าให้ไหลหลงขอให้จิตจำนงตรงพระนิพพาน ขอให้พบดวงแก้ว
ขอให้แคล้วหมู่มาร ขอให้ทันพระศรีอาริย์ ข้าฯจะไปนมัสการพระเกษแก้วพระจุฬามณี
เจดีย์สถานเป็นที่ไหว้ที่สักการกุศลสัมปันโนติ
บทกล่าวอัญเชิญและบูชาพระธาตุ
แบบต่างๆ
คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
ปูชิตา นะระเทเวหิ,
สัพพัฏฐาเน ปะติฎฐิตา,
สิระสา อาทะเรเนวะ,
อะหัง
วันทามิ ธาตุโย,
โย
โทโส โมหะจิตเตนะ,
วัตถุตตะเย กะโต มะยา,
โทสัง
ขะมะถะ เม ภันเต,
สัพพะปาปัง วินัสสะตุ,
ธาตุโย วันทะมาเนนะ*,
ยัง
ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ,
สัพเพปิ อันตะรายา เม,
มาเหสุง ตัสสะ เตชะสาฯ
(*
ถ้าผู้สวดเป็นหญิง เปลี่ยนคำว่า วันทะมาเนนะ เป็น
วันทะมานายะ)
..........ข้าพระพุทธเจ้า
ขอน้อมเกล้านมัสการ พระบรมสารีริกธาตุ
แห่งองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประดิษฐานในที่ทุกสถาน
ด้วยเศียรเกล้า
..........แม้บาปทั้งปวง
ที่เคยล่วงเกินด้วยใหลหลง ข้าพระองค์ขอขมาโทษ ได้ทรงโปรดงดโทษนั้น
ให้มีอันวินาศสิ้นสูญไป
..........ด้วยเดชะกุศลผลบุญ
ที่ข้าพระพุทธเจ้าได้น้อมเกล้านมัสการพระบรมสารีริกธาตุในกาลครั้งนี้
แม้สรรพอันตรายทั้งปวง จงอย่างได้บังเกิดแก่ข้าพระพุทธเจ้าในกาลทุกเมื่อ
เทอญ.
คำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
(นะโม
ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
3
ครั้ง)
อะหัง วันทามิ อิธะ ปะติฏฐิตา พุทธะธาตุโย
ตัสสานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม.
ข้าพเจ้าขอนมัสการกราบไหว้
พระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ประดิษฐานอยู่ ณ
ที่นี้ ด้วยอานุภาพแห่งกุศลผลบุญนี้ ขอให้ข้าพเจ้าประสบแต่ความสุขสวัสดี
ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ
คำไหว้พระธาตุ
ยาปาตุภูตา
อะตุลา
นุภาวาจีรัง
ปะติฏฐา
สัมภะกัปปะ
ปุเรเทเวนะ
ตุตตา
อุตตะราภีทับยานะมานิ
หันตัง
วะระชินะธาตุง
พระคาถาบูชาพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ
อะหังวันทามิธาตุโย
ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุทั้งหลายที่สถิตอยู่ในจักรวาลทั้งหลาย
ทั้งพรหมโลกและดาวดึงส์
อะหังวันทามิสัพพะโส
ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลายทั้งปวงด้วยเทอญ
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เอ วังธาตุโย จัตตารี สะ สะ มาทันตา
เกสา โลมา นะขา ขีจะ อะหังวันทามิธาตุโย
คำนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ
..........อุกาสะ
ข้าพเจ้าจะขอยอกรบวรวันทนา ประนมนิ้วหัตถาขึ้นเหนือเศียร ต่างรัตนประทีปธูปเทียนแก้วเจ็ดประการ
แลโกสุมสุมามาลย์ประทุมชาติอันโชติช่วงช่อชั้นวิจิตร แจ่มจำรัสสุนทโรภาส
ด้วยเมื่อองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถศาสดาจารย์ญาณสัพพัญญูบรมครูเจ้า
เสด็จเข้าสู่พระปรินิพพาน พระองค์ทรงประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้
สิริพระบรมธาตุทั้งหลายน้อยใหญ่ตวงได้สิบหกทะนานทอง
พระรากขวัญทั้งสองพระเขี้ยวแก้วสี่ กับพระศรีอุณหิศหนึ่ง
นับรวมกันได้ครบเป็นเจ็ดองค์ นี้แลคงตามสภาวะเดิม
อันจะแหลกลาญด้วยเพลิงสังหารนั้นหามิได้
แต่พระอัฐิน้อยใหญ่ทั้งหลายนั้นไซร้พลันเพลิงไหม้สังหารละเอียดลง
ยังคงแต่พระบรมสารีริกธาตุสามสถาน
ใหญ่น้อยปานกลางมีประมาณต่างกันพระบรมธาตุขนาดใหญ่นั้น
มีประมาณเท่าเมล็ดถั่วหักตักตวงได้ห้าทะนาน
ทรงพระบวรสัณฐานประมาณแม้นเหมือนหนึ่งพรรณทองอุไร
พระบรมธาตุขนาดกลางนั้นไซร้ มีประมาณเท่าเมล็ดข้าวสารหัก
ตักตวงได้ห้าทะนานทรงพระบวรสัณฐานประมาณเหมือนพรรณแววแก้วผลึกอันเลื่อนลอย
พระบรมธาตุขนาดน้อยประมาณแม้นเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดตวงได้หกทะนาน
ทรงพระบวรสัณฐานดังพรรณ สีดอกบุปผชาติพิกุลอดุลย์ใสสี
พระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายนี้ หมู่มนุษย์และเทวะนิกรอมรอินทร์พรหมภิรมย์
พากันเชิญเสด็จไปประดิษฐานรักษาไว้ พระบรมธาตุองค์ใหญ่ คือ พระรากขวัญซ้าย
สถิตอยู่ชั้นพรหมา พระรากขวัญเบื้องขวากับพระนลาตะอุณหิศ
เสด็จสถิตอยู่เมืองอนุราชสิงหฬ พระเขี้ยวแก้วขวาเบื้องบน อยู่ดาวดึงษาสวรรค์
พระเขี้ยวแก้วขวาเบื้องล่างนั้น สถิตอยู่เกาะแก้วลังกาสิงหฬ
พระเขี้ยวแก้วซ้ายเบื้องบนอยู่เมืองคันธาระวิไสย
พระเขี้ยวแก้วซ้ายเบื้องล่างนั้นไซร้ สถิตอยู่เมืองนาคสถาน
แต่พระบรมสารีริกธาตุทั้งสิบหกทะนานนั้น
ประดิษฐานไว้ในแผ่นพื้นภูมิภาคแห่งพระนครทั้งแปด คือ เมืองราชคฤหบุรี เมืองเวสาลีสวัสดิ์
เมืองกบิลพัสดุ์มหานคร เมืองอัลปะกะบุรีรมย์ แลบ้านพราหมณ์นิคมเขต
เมืองเทวะทะหะประเทศ เมืองปาวายะบุรินทร์ และเมืองโกสินรายน์ พระเกศา โลมา
นะขา ทันตา ทั้งหลาย เรี่ยรายประดิษฐานอยู่ทุกทิศทั่วทั้งจักรวาล
ฝ่ายพระพุทธบริขารคือ บาตรแลจีวรท่อนผ้าสันถัตรัดประคดใน
สมุกเหล็กไฟกล่องเข็มผ้ากรองน้ำธะมะการก วัสสิกะสาฏก ผ้าชุบสรง หนังนิสิทน์มีดโกนตลกบาตรเครื่องลาด
แท่นพระบรรทม ลูกดานทองฉลองพระบาทธาตุบริขารทั้งหลายนี้ องค์ขัติยาธิบดีพราหมณ์มหาศาลผู้เลื่อมใสกมลมาล
ประกอบไปด้วยศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง
ได้อัญเชิญพระบรมธาตุบริขารสิบหกสิ่งนี้ไปประดิษฐานไว้ทั้งสิบเมือง
ต่างกระทำสักการบูชารุ่งเรืองเห็นปรากฏ
..........กายนทนธนํ
พระพุทธรัดประคด อยู่ ณ เมืองเทวะทะหะราฐ ปตฺโต
บาตร อยู่เมืองอนุราธสิงหฬทวีปลังกา อุทกสาฏกํ
ผ้าชุบสรงสถิตอยู่ ณ เมืองปัญจาละนคร จิวร
ผ้าจีวร อยู่เมืองพันทะวิไสย หรนี
สมุกเหล็กไฟ อยู่เมืองตักสิลา วาสีสูจิฆร
มีดโกนแลกล่องเข็ม ประดิษฐานอยู่เมืองอินระปัตมะไหสวรรค์
จมมํ หนังนิสิทน์สันถัต
สถิตอยู่เมืองคันธาระราฐ ถวิกา
ตลกบาตร แลเครื่องลาดที่พระบรรทม
ลูกดานทองฉลองพระบาททั้งคู่ อยู่บ้านอุสิระคาม
ยังพระธาตุบริขารอื่นอีกหกสิ่ง คือพระอังคาร
ถ่านเถ้าเสาเชิงตะกอนนั้นสถิตอยู่ ณ เมืองโมรียะประเทศ จุฬามุนีบรมเกษธาตุ
ประดิษฐานอยู่ดาวดึงษาสวรรค์ กาสายะวัตถัง
ผ้าทรง นั้นอยู่ ณ ชั้นพรหมา สุวณฺณโฑณ
ทะนานทอง ที่ตวงพระบรมสารีริกธาตุ
สถิตอยู่นครโกสินรายน์รัตนมไหสวรรค์
พระบรมธาตุทั้งยี่สิบสองประการนั้นทรงพระคุณเป็นอันยิ่ง
พระองค์ทรงอนุญาตประทานไว้ทุกสิ่งด้วยพระมหากรุณา
หวังพระทัยเพื่อจะให้เป็นที่สักการบูชาเกิดผลานิสงส์อันเป็นสวัสดิมงคลแก่ฝูงเทพามนุษย์
กว่าจะยุติสิ้นสุดพระพุทธศาสนา
..........ครั้นกาลล่วงนานมาในห้าพันปี
พระบรมธาตุทั้งหลายนี้เสด็จไปสู่ลังกาเกาะ เพื่อที่จะทรงสงเคราะห์ชาวสิงหฬ
ให้เกิดสวัสดิมงคลด้วยกระทำสักการบูชาพระคุณ
เมื่อถึงกาลพระพุทธศาสนาใกล้จะสิ้นสูญครบจำนวนถ้วนห้าพันปี
พระบรมธาตุทั้งหลายนี้จะเสด็จไปสู่ที่พระเจดีย์ฐานดำรงอยู่โดยจำเนียรกาลบ่มิได้คลาด
ครั้นถึงพระพุทธศักราชล่วงได้สี่พันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าพรรษาเศษ
สังขยาเดือนล่วงได้สิบเอ็ดเดือนกับยี่สิบสองวัน
วันพฤหัสบดีเดือนหกขึ้นเก้าค่ำ คิมหันตฤดูปีชวดนักษัตรอัฐศก
เวลารุ่งอรุโณทัย พระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายนี้ไซร้
จะเสด็จไปสู่สถานที่สันนิบาตมิทันนาน
ทรงทำยมกปาฏิหาริย์ด้วยพุทธฤทธิ์อันพิเศษ บังเกิดเป็นพุทธนิเวศน์
แลพระพุทธวรกายสูงได้สิบแปดศอก เปล่งพระรัศมีออกสิบหกประการ
มีพระบวรสัณฐานวิจิตรจำรัสศรีสุนทโรภาส ทรงพระสิริวิลาศอันเพริศแพร้ว
ดวงพระพักตร์ผุดผ่องแผ้ว ดังสีสุวรรณทองแท่งธรรมชาติ
พระรูปองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ เสด็จขึ้นสถิตนั่งเหนือรัตนบัลลังก์อาสน์ทรงพระสมาธิมั่นในควงต้นไม้พระศรีมหาโพธิ์
ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์
โปรดสัตว์คนธรรพ์เทวะนิกรอมรฤษีสิทธิ์พิทยาธรกินนรนาคราช
ทั้งหมู่อสุระเดียรดาษนั่งแน่นเหนือพื้นแผ่นพสุธา สตฺตาห
ทรงตรัสพระธรรมเทศนาโปรดสัตว์อีกเจ็ดวัน
ในครั้งนั้นได้สี่อสงไขยสองล้านสามแสนหกสิบเจ็ดพันโกฏิแล้ว
พระเตโชธาตุก็พวยพุ่งรุ่งโรจน์โชตนาการ สังหารพระบวรพุทธสริรธาตุให้สิ้นสุดในวันพุธเดือนหกขึ้นสิบ(ห้า)ค่ำ
ปีชวดนักษัตรอัฐศก พระพุทธศาสนาก็บรรจบครบจำนวนถ้วนห้าพันพรรษา
..........อหํ
วนฺทามิ ธาตุโย ข้าพเจ้าขอน้อมนมัสการพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลาย
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น,
อหํ วนฺทามิ สพฺพโส ข้าพเจ้า
ขอนมัสการองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ด้วยประการทั้งปวง
บทนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ
อิติปิโส ภะคะวา
มือข้าพเจ้าสิบนิ้ว
ยกเหนือหว่างคิ้ว
ต่างธูปเทียนทอง
วงภักตร์โสภา
ต่างมาลากรอง
ดวงเนตรทั้งสอง
ต่างประทีบถวาย
ผมเผ้าเกล้าเกศ
ต่างประทุมเมศ
บัวทองพรรณราย
วาจาเพราะผ่อง
ต่างละอองจันทร์ฉาย
ดวงจิตขอถวาย
ต่างรสสุคนธา
พระบรมธาตุ
พระโลกนาถ
อรหันตสัมมา
ทั้งสามขนาด
โอภาสโสภา
ทั้งหมดคณนา
สิบหกทะนาน
พระธาตุขนาดใหญ่
สีทองอุไร
ทรงพรรณสัณฐาน
เท่าเมล็ดถั่วหัก
ตวงตักประมาณ
ได้ห้าทะนาน
ทองคำพอดี
พระธาตุขนาดกลาง
ทรงสีสรรพางค์
แก้วผลึกมณี
เท่าเมล็ดข้าวสารหัก
ประจักษ์รัศมี
ประมาณมวลมี
อยู่ห้าทะนาน
ขนาดน้อยพระธาตุ
เท่าเมล็ดผักกาด
โอภาสสัณฐาน
สีดอกพิกุล
มนุญญะการ
มีอยู่ประมาณ
หกทะนานพอดี
พระธาตุน้อยใหญ่
สถิตอยู่ใน
องค์พระเจดีย์
ทั่วโลกธาตุ
โอภาสรัศมี
ข้าฯขออัญชลี
เคารพบูชา
พระธาตุพิเศษ
เจ็ดองค์ทรงเดช
ทรงคุณเหลือตรา
อินทร์พรหมยมยักษ์
เทพพิทักษ์รักษา
ข้าฯขอบูชา
วันทาอาจิณ
หนึ่งพระรากขวัญ
เบื้องขวาสำคัญ
อยู่ชั้นพรหมินทร์
มวลพรหมโสฬส
ประณตนิจสิน
บูชาอาจิณ
พร้อมด้วยกายใจ
สองพระรากขวัญ
เบื้องซ้ายสำคัญ
นั้นอยู่เมืองไกล
สามพระอุณหิส
สถิตร่วมใน
เจดีย์อุไร
อนุราธะบุรี
สี่พระเขี้ยวแก้ว
ขวาบนพราวแพรว
โอภาสรัศมี
อยู่ดาวดึงส์สวรรค์
มหันตะเจดีย์
พระจุฬามณี
ทวยเทพสักการ
ห้าพระเขี้ยวแก้ว
ขวาล่างพราวแพรว
โอภาสไพศาล
สถิตเกาะแก้ว
ลังกาโอฬาร
เป็นที่สักการ
ของประชากร
หกพระเขี้ยวแก้ว
ซ้ายบนพราวแพรว
เพริดพริ้งบวร
สถิตคันธาระ
วินัยนคร
ชุมชนนิกร
นมัสการ
เจ็ดพระเขี้ยวแก้ว
< |